MTL and DTL

MTL and DTL

MTL and DTL คืออะไร ในวงการพอตบุหรี่ไฟฟ้า และแตกต่างกันอย่างไร ? 

Mtl and Dtl สำหรับคุณลูกค้าที่เพิ่ง หันเปลี่ยนมาจากบุหรี่มวน มาเป็นพอตบุหรี่ไฟฟ้า อาจจะยังงงหรือสับสนกับ คำศัพท์อย่าง MTL และ DTL ว่ามันคืออะไร มีความหมายว่าอย่างไร? วันนี้ทางเรามาแจงรายละเอียดถึง ความหมายของศัพท์สองศัพท์ตัวนี้กัน ว่ามันคืออะไร แล้วมีความแตกต่างกันอย่างไร

คำเหล่านี้เป็น ตัวกำหนดรูปแบบการสูบต่างๆ หรือพูดง่ายๆ มันเป็นตัวบอกว่า พอตไฟฟ้าตัวนั้นมีฟีลสูบแบบไหนนั่นเอง แน่นอนถ้าหาก คุณจะเลือกซื้อบุหรี่ไฟฟ้าสักตัว คุณก็คงอยากได้ เครื่องที่เราสูบแล้วชอบ ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นสิ่่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนจะเลือก ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าสักตัว

>> เลือกซื้อสินค้า พอตบุหรี่ไฟฟ้า ได้ที่นี้ !!

>> เลือกซื้อสินค้า น้ำยาซอลนิค ได้ที่นี้ !!

>> เลือกซื้อสินค้า น้ำยาฟรีเบส ได้ที่นี้ !!

>> เลือกซื้อสินค้า คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า ได้ที่นี้ !!

MTL คืออะไร

MTL คือ การสูบจากปากเข้าสู่ปอด โดยผู้สูบจะต้องสูบเพื่อดึงไอน้ำเข้าไปในปากก่อนแล้วจึงหายใจเข้าปอดเป็นสเตปต่อไป การสูบรูปแบบนี้เหมาะที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นเนื่องจากคล้ายกับวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้สูบในบุหรี่จริง

การสูบแบบนี้จะมีความนุ่มนวลกว่าการสูบบุหรี่จริง โดยทั่วไปแล้วนี่คือรูปแบบที่คนส่วนใหญ่มักใช้เมื่อเปลี่ยนมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นครั้งแรก ไอน้ำที่ได้จากบุหรี่ไฟฟ้าจะมีการกระแทกคอของคุณเล็กน้อยเมื่อหายใจเข้า

ทำไมต้องสูบแบบ MTL ?

มีสาเหตุหลายอย่างที่ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเลือกที่จะใช้ MTL อย่างแรกและสำคัญที่สุดตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้คือ MTL ให้ฟีลลิ่งคล้ายกับการสูบบุหรี่มากที่สุด การสูบแบบ MTL นั้นเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดในการสูบพอต เพราะตัวเครื่องของการสูบแบบนี้ส่วนใหญ่จะใช้กำลังไฟน้อย ทำให้การระเหยของน้ำยานั้นน้อยลงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังเป็นวิธีการสูบที่รบกวนคนรอบข้างน้อยที่สุดอีกด้วย เพราะการสูบแบบนี้จะมีไอน้ำออกมาน้อยกว่ามาก และขนาดของตัวเครื่องก็ยังมีขนาดเล็ก พกพาง่ายอีกด้วย

MTL คืออะไร

DTL คืออะไร

DTL คือ การสูบโดยตรงไปยังปอด วิธีนี้มักจะได้รับความนิยมจากผู้สูบที่มีประสบการณ์พอสมควร แทนที่จะสูบเอาไอน้ำเข้าไปในปากก่อนแล้วค่อยหายใจเข้า DTL กับสูบเข้าไปในปอดโดยตรง โดยที่ไม่ต้องอมไว้ในปากก่อน

การสูบแบบ DTL นี้จะทำให้เกิดไอน้ำมากกว่าการสูบแบบ MTL มาก การสูบแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะสำหรับมือใหม่นักเนื่องจากการสูบแบบนี้จะทำให้สำลักได้ง่าย และ น้ำยาที่ใช้กับการสูบแบบ DTL ก็ยังมีนิโคตินที่น้อยอีกด้วย

ทำไมต้องสูบแบบ DTL ?

มีหลายเหตุผลที่ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าหลายท่านเลือกสูบแบบ DTL แต่สาเหตุหลักๆเลยเป็นเพราะ “สูบมัน ควันเยอะ” บางคนรู้สึกพึงพอใจมากกว่าที่เห็นไอน้ำจำนวนมากเวลาพ่นออกมา

DTL คืออะไร

สำหรับตัว DTL นั้นจะออกแนว ฟีลลิ่งการสูบที่นุ่มนวลกว่า ไม่กระแทกคอเพราะตรงถึงปอด เหมาะสำหรับสายสูบที่ชอบ การสูบแบบนิ่มนวล ชิวๆ แต่ถ้าเป็นสายสูบที่ชื่นชอบ ความเข้นข้นของควัน ก็เหมาะกับ MTL เพราะกระแทกปอดมากกว่า DTL ที่ให้ความนุ่มนวลนั่นเอง

MTL and DTL ค่าโอห์มของคอยล์ ที่เหมาะสำหรับ MTL

เมื่อการสูบพอตบุหรี่ไฟฟ้าแบบ MTL ก็ต้องมาคอยล์ ที่เหมาะสมกับการสูบวิธีแบบนี้ แล้วคอยล์แบบไหนล่ะ? ที่จะเหมาะกับวิธีการสูบจากปากสู่ปอด หรือ MTL หากพูดถึง คอย์ลแล้วต้องมีค่าโอห์ม ค่าโอห์มของคอยล์นั้น ควรกี่โอห์มถึงเหมาะกับการสูบ MTL ขอแนะนำเลยว่า ค่าโอห์มของคอย์ลนั้น ต้อง 0.8 ขึ้นไปถึงจะเหมาะกับการสูบ MTL เพราะมีกำลังไฟที่คงที่ และเหมาะกับการสูบเริ่มต้น เพราะตัวคอย์ลนั้น จะปรับกับกำลังไฟแบบอัตโนมัติ ทำให้คุณนั้น ไม่ต้องมานั่งปรับกำลัง ด้วยตนเอง เรียกว่า เข้าคู่กันแบบนี้ ต้อง0.8 โอห์มเท่านั้น สำหรับการสูบแบบMTL นั่นเอง

ค่าโอห์มที่เหมาะกับการสูบ MTL

 

ค่าความต้านทานของคอยล์ที่เหมาะ สำหรับ DTL

แล้วสำหรับ การสูบตรงสู่ปอดเลยล่ะ ? ควรค่าโอห์มของคอย์ลเท่าไหร่ดี? ส่วนของการสูบตรงสู่ปอด หรือเรียกสั้นๆว่า DTL นั้นควรมี ค่าโอห์มหรือ ความต้านทานของคอยล์ ที่เท่าไหร่ดี? สำหรับการสูบแบบ DTL นั้น ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ของสายสูบคนนั้น ล้วนๆ แต่ถ้าจะให้แนะนำก็คงเป็น คอยล์ที่มี ค่าโอห์ม 0.6 นั่นเอง

การสูบแบบ MTL ควรใช้นิโคตินเท่าไหร่ และ ใช้น้ำยาแบบไหน

ความเข้มข้นของนิโคตินและประเภทของน้ำยาที่คุณใช้นั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบการสูบของอุปกรณ์นั้นๆเป็นอย่างมาก การสูบแบบ MTL นั้นเหมาะกับการใช้น้ำยาซอลนิค และควรเริ่มจากนิโคติน ≥ 20 MG  นอกจากความเข้มข้นของนิโคตินแล้ว น้ำยาที่ใช้ยังต้องมีอัตราส่วนของ PG VG ที่ถูกต้องด้วย โดยส่วนใหญ่แล้ว น้ำยาซอลนิคควรมีค่า VG น้อยกว่า 60 ถ้าหากมากกว่านี้จะทำให้คอยล์ของคุณไหม้ได้ หรือพูดสรุปง่ายๆว่า การสูบแบบ MTL นั้น เหมาะกับการใช้น้ำยา ซอลนิคนั่นเอง
นิโคตินที่เหมาะกับ MTL

MTL and DTL การสูบแบบ DTL ควรใช้นิโคตินเท่าไหร่ และ ใช้น้ำยาแบบไหน

สำหรับ DTL คุณจำเป็นต้องใช้ความเข้มข้นของนิโคตินที่ต่ำกว่าแบบ MTL เป็นอย่างมาก การสูบแบบ DTL ต้องใช้ น้ำยาฟรีเบส และการสูบแบบนี้จะมีความร้อนสูงและต้องใช้น้ำยาในปริมาณที่มากกว่าปกติ

ดังนั้นการสูบแบบนี้จึงต้องใช้ปริมาณนิโคตินที่น้อยเพื่อไม่ให้นิโคตินเข้าสู่ร่างกายมากจนเกินไป คนส่วนใหญ่จึงเลือกใช้นิโคติน 3-6 MG (เราไม่แนะนำให้ใช้มากกว่า 6 MG)

นอกจากปริมาณของนิโคตินแล้ว คุณควรใช้น้ำยาที่มีอัตรส่วน VG ≥ 60% ขึ้นไปเพื่อการเข้าถึงอรรถรสของการสูบแบบนี้ได้ดียิ่งขึ้น แต่น้อยกว่านี้ก็ไม่มีผลเสียนะ แต่ยิ่งค่า VG มากไอน้ำก็จะมากตาม

MTL and DTL

MTL and DTL แตกต่างกันอย่างไร

MTL และ DTL จะมีความแตกต่างกันใหญ่ๆเลยที่ฟีลลิ่งในการสูบ MTL เวลาสูบจะมีความแน่นกว่าให้กลิ่นและรสชาติที่ชัดเจนกว่า ได้อรรถรสการสูบเหมือนบุหรี่จริง ที่สำคัญควันไม่เยอะ

ส่วน DTL จะให้ความรู้สึกตรงกันข้ามก็คือฟีลลิ่งในการสูบจะโล่งกว่ามาก ได้ควันที่เยอะและหนาแน่นกว่า การสูบแบบนี้จะให้ความมัน ความสะใจ เหมาะกับการไว้ใช้เล่นควันอีกด้วย

แม้ว่าสองวิธีนี้จะดูแตกต่างกันเล็กน้อยในการสูบ แต่ที่จริงแล้วการสูบแต่ละสไตล์มีไว้สำหรับผู้ใช้ที่แตกต่างกัน และแต่ละสไตล์ทำงานได้ดีที่สุดกับอุปกรณืที่สร้างขึ้นมาเพื่อมันโดยเฉพาะ

MTL and DTL

 

สูบแบบ MTL หรือ DTL อันไหนดีกว่ากัน

หากจะให้สรุปว่าอันไหนดีกว่ากัน ระหว่าง การสุบแบบปากถึงปอด หรือ สูบตรงสู่ปอด MTL และ DTL นั่นขึ้นอยู่กดับความชอบของแต่ละบุคคล หากกำลังสับสบนว่าอันไหนดีสำหรับคุณ ต้องลองทั้งสองวิธี และมาชั่งใจตัดสินดูว่า การสูบแบบไหนที่เหมาะกับคุณมากกว่า เพราะแต่ละวิธีการสูบ ก็มีข้อดีแตกต่างกันไป แนะนำให้คุณนั้น ลองทั้งสองวิธีและเลือกเองว่าชื่นชอบ การสูบแบบไหน ให้ความรื่นรมย์กับคุณ หรือให้ความสนุกในการสูบกับคุณมากกว่ากัน บางคนอาจจะชอบสูบแบบ MTL เพราะ ควันน้อย กลิ่นชัดกว่า บางคนอาจจะชอบสูบแบบ DTL เพราะ ควันเยอะกว่าเวลาสูบแล้วมันสะใจ เต็มปากเต็มคำดี

สรุป

การสูบแบบ MTL และ DTL นั้นมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน ผู้ใช้ควรเลือกซื้อพอตไฟฟ้าที่ตรงกับความต้องการของตัวเอง หรือถ้าชอบทั้งสองแบบ อาจจะลองหาซื้อเครื่องที่ปรับฟีลลิ่งในการสูบได้ทั้งสองแบบก็เป็นตัวเลือกที่ดี

ฟีลสูบแต่ละประเภทใช้ประเภทของน้ำยาไม่เหมือนกันผู้ใช้งานควรศึกษา หรือถามร้านค้าให้ดี ก่อนที่จะเลือกซื้อทั้งอุปกรณ์และน้ำยา โดยทางร้าน ECIGELM นั้นมีบริการให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง